ข้อมูลประเทศเวียดนาม



สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม

๑. แผนที่


๒. ภูมิศาสตร์

เมืองหลวง : กรุงฮานอย
พื้นที่ประมาณ :  ๓๓๑,๒๑๒ ตารางกิโลเมตร
ภูมิประเทศ : ประเทศมีลักษณะเป็นรูปตัว S แนวยาว จากเหนือจรดใต้สุด ประมาณ ๑,๖๕๐ กิโลเมตร และจุดที่แคบที่สุดกว้างประมาณ ๕๐ กิโลเมตร มีแนวชายฝั่งทะเลยาวประมาณ ๓,๒๖๐ กิโลเมตร
ภูมิอากาศ : ภาคเหนือ – มี ๔ ฤดู ได้แก่  ฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.) อุณหภูมิเฉลี่ย ๗-๒๐ องศาเซลเซียส
                                                                  ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค. – เม.ย.) อากาศชื้น อุณภูมิเฉลี่ย ๑๗-๒๕ องศาเซลเซียส
                                                                  ฤดูร้อน (พ.ค. – ส.ค.) อากาศร้อนถึงร้อนจัด และมีพายุฝน อุณหภูมิเฉลี่ย ๓๐ – ๔๐ องศาเซลเซียส
ฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย. – พ.ย.) อุณหภูมิเฉลี่ย ๒๓ – ๒๘ องศาเซลเซียส
ภาคกลาง – มี ๒ ฤดู ได้แก่ ฤดูฝน (พ.ค. – ต.ค.) และฤดูแล้ง (ต.ค. – เม.ย.) อุณหภูมิเฉลี่ย ๔๐ องศาเซลเซียส
ภาคใต้ – มี ๒ ฤดู ได้แก่ ฤดูฝน (พ.ค. – พ.ย.) และฤดูแล้ง (พ.ย. – เม.ย.) อุณหภูมิเฉลี่ย ๔๐ องศาเซลเซียส

๓. สังคมจิตวิทยา

ประชากร : ประมาณ ๑๐๒ ล้านคน (ปี พ.ศ.๒๕๖๙)
ภาษา : ภาษาเวียดนาม
ศาสนา : ไม่มีศาสนาประจำชาติ แต่มีผู้แสดงตนว่านับถือศาสนาต่าง ๆ ประมาณ ๑๕.๖๕ ล้านคน โดยนับถือศาสนาพุทธ (มหายาน) ร้อยละ ๙.๓, ศาสนาคริสต์ ร้อยละ ๗.๒, ศาสนาอิสลาม ร้อยละ ๐.๑ และอื่น ๆ ร้อยละ ๒.๖ แต่ส่วนใหญ่

๔. การเมือง

ระบอบการปกครอง   สังคมนิยม โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม   (Communist Party of Vietnam) เป็นพรรคการเมืองเดียวและมีอำนาจสูงสุดในการกำหนดนโยบายบริหารประเทศ
เขตการปกครอง   ๕๘ จังหวัด ๕ มหานคร (ฮานอย, โฮจิมินห์, ไฮฟอง, ดานัง, และ เกิ่นเธอ)
วันชาติ : ๒ กันยายน (ได้รับเอกราชจากฝรั่งเศส ๒ กันยายน ๒๔๘๘)

๕. เศรษฐกิจ

GDP :    ๔๐๙,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ 
GDP growth เพิ่มขึ้น ๘.๐๒ และจะขยายตัว ๓.๓๒%
สกุลเงิน :  ด่ง
อัตราแลกเปลี่ยน :  ๑ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา = ๒๖,๒๒๖ ด่ง หรือ  ๑ บาท = ๘๐๐ ด่ง (อัตราแลกเปลี่ยน ธนาคารเวียดคอมแบงค์ ณ วันที่ ๑ ต.ค.๖๘)

๖. สถานการณ์ทั่วไป

๖.๑  สถานการณ์ด้านการเมืองภายในประเทศ
การเมืองของ เวียดนาม มีความเป็นเอกภาพและมีเสถียรภาพสูง โดยมี พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เป็นองค์กรทางการเมืองเพียงพรรคเดียวและเป็นกลไกสูงสุดในการกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ ภายใต้ระบบ “ผู้นำร่วม” (Collective Leadership)
๖.๒  สถานการณ์ด้านการเมืองระหว่างประเทศ

เวียดนามมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเวทีระหว่างประเทศ โดยเป็นสมาชิกที่มีความสำคัญใน อาเซียน และมีบทบาทเชิงรุกในประเด็นภูมิภาค เช่น ความมั่นคงในทะเลจีนใต้

เวียดนามดำเนินนโยบายการต่างประเทศแบบ “พหุภาคีและสมดุล” (multi-directional diplomacy) โดยรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับมหาอำนาจต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย และ ญี่ปุ่น

ในช่วงหลัง เวียดนามได้รับการยกระดับความสัมพันธ์กับหลายประเทศเป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน (Comprehensive Strategic Partnership)” และมีบทบาทโดดเด่นด้านห่วงโซ่อุปทาน การค้า และความมั่นคงในภูมิภาค

๖.๓  สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ

ระบบเศรษฐกิจของเวียดนามเป็น “เศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม” (Socialist-oriented market economy) ภายใต้นโยบายปฏิรูป Đổi Mới (เด่ย เหมย) ที่เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๒๙ ปัจจุบัน เวียดนามถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงในภูมิภาค โดย

  • อัตราการเติบโต GDP อยู่ประมาณ ๕–๗% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับภาวะเศรษฐกิจโลก)
  • เป็นฐานการผลิตสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลก
  • ได้รับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) อย่างต่อเนื่อง

ภาคเศรษฐกิจหลัก ได้แก่

  • การผลิตและอุตสาหกรรม (electronics, textiles)
  • การส่งออก
  • การลงทุนจากต่างประเทศ
  • เทคโนโลยีและดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม เวียดนามยังเผชิญความท้าทาย เช่น เงินเฟ้อ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และการแข่งขันด้านแรงงานและเทคโนโลยี

๖.๔  ความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม

ไทย และ เวียดนาม สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๑๙ (ค.ศ. ๑๙๗๖)
ปัจจุบัน ความสัมพันธ์อยู่ในระดับ หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ (Strategic Partnership) และมีความใกล้ชิดในหลายมิติ ได้แก่

  • การค้าและการลงทุน
  • การท่องเที่ยว
  • ความร่วมมือด้านความมั่นคงและการศึกษา

มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับผู้นำอย่างสม่ำเสมอ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนยังคงขยายตัวต่อเนื่องไทยเป็นหนึ่งในนักลงทุนรายสำคัญในเวียดนาม และทั้งสองประเทศมีเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง

๗. การทหาร

ยุทธศาสตร์ทางทหาร
        ให้ความสำคัญต่อการป้องกันประเทศ และส่งเสริมความไว้วางใจกับทุกประเทศ โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของระบบการเมือง เน้นการพึ่งพาตนเอง แสวงหาความช่วยเหลือจากต่างประเทศตามความจำเป็น เพื่อให้กองทัพมีความพร้อมรบอย่างต่อเนื่อง